ฮ็อกไกโด - ท่องเที่ยวฮอกไกโดแบบเจาะลึกเล็กๆ ตามรอยภาพยนตร์ไทยยอดนิยม แม้แต่ชาวฮอกไกโดยังรับประกันความพอใจ!

ฮ็อกไกโด - ท่องเที่ยวฮอกไกโดแบบเจาะลึกเล็กๆ ตามรอยภาพยนตร์ไทยยอดนิยม แม้แต่ชาวฮอกไกโดยังรับประกันความพอใจ!

北海道 - 地元っ子も太鼓判!タイのヒット映画に学ぶちょっとディープな札幌旅

ภาพยนตร์ยอดฮิตเรื่อง “แฟนเดย์” ซึ่งออกฉายในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2559 เป็นผลงานที่ถ่ายทำในฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว เมืองซัปโปโรที่เหล่าตัวเอกไปเดินเที่ยวให้เห็นนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง อีกทั้งภาพยนตร์ยังอัดแน่นไปด้วยสิ่งต่างๆ ในซัปโปโรที่ขนาดคนท้องถิ่น “ผู้รู้จริง” ยังชื่นชอบ ใครได้ดูภาพยนตร์มาแล้วก็จะได้ดื่มด่ำกับโลกอันเป็นเวทีของเรื่องราว ส่วนใครไม่ได้ดูก็จะได้สัมผัสวัฒนธรรมของซัปโปโรและญี่ปุ่นผ่านการเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยว 10 แห่งดังซึ่งจะแนะนำต่อไปนี้

ท่องเที่ยว&ช็อปปิ้งรอบๆ สถานีซัปโปโร

สถานีซัปโปโรคือประตูทางเข้าสู่ซัปโปโร เป็นแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง โดยมีห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่นทั้งตึก และโรงแรมเชื่อมตรงกับตัวสถานี แม้แต่ผู้คนในท้องถิ่นยังมาเยือนร้านรวงแถบนี้กันบ่อยครั้ง จึงช่วยให้เข้าถึงวิถีความเป็นอยู่แบบท้องถิ่นได้ ก่อนอื่นเรามาเริ่มจากการจับจ่ายซื้อของรอบๆ สถานีก่อนดีกว่า

T’CAFE ห้องชมวิวเจอาร์ทาวเวอร์

ในเมื่อมาถึงสถานีฮอกไกโดแล้ว ก็กวาดสายตาดูให้ทั่วกันก่อนดีไหมว่าเมืองที่เราจะแวะเวียนไปเป็นอย่างไร “เจอาร์ทาวเวอร์” ซึ่งเชื่อมตรงกับสถานีนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในซัปโปโร เปิดให้รับชมทัศนียภาพ 360 องศาจากห้องชมวิวชั้น 38 ซึ่งมีความสูงเหนือระดับพื้นดิน 160 ม. ได้เห็นบ้านเมืองเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยประหนึ่งการเรียงหมากบนกระดานหมากล้อม และเทือกเขาซึ่งวางตัวจากทิศใต้ไปยังทิศตะวันตก วันไหนอากาศดีจะได้ชมแนวชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วย ทิวทัศน์งดงามเหล่านี้ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เช่นกัน นอกจากนี้ “T'CAFE” ทางฝั่งทิศใต้ของห้องชมวิวยังอำนวยให้ผู้มาเยือนได้สำราญใจกับการชมทัศนียภาพพร้อมดื่มน้ำชาหรือรับประทานอาหารมื้อเบาๆ อย่างผ่อนคลายอีกด้วย

http://www.jr-tower.com/t38

เอสต้า

สถานีซัปโปโรอยู่ในทำเลอันแสนสะดวกสบายเพราะมีทางเดินเชื่อมกับสิ่งปลูกสร้างต่างๆ หากลงจากเจอาร์ทาวเวอร์ไปยัง “ซัปโปโร สเตลลาร์ เพลส อีสต์” ซึ่งอยู่ชั้นล่างๆ จะสามารถเดินต่อไปยัง “เอสต้า” ที่อยู่ฝั่งทิศใต้โดยอาศัยทางเชื่อมบริเวณชั้น 6, ชั้น 2 และชั้น B1 สำหรับชั้น 1-4 ของเอสต้าเป็นพื้นที่ของร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อ “บิ๊กคาเมร่า” ชั้น 5 มี “ยูนิโคล่” ชั้น B2 มีร้านร้อยเยน เรียกได้ว่ามีร้านค้าซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่นต้องการเยี่ยมเยือนอย่างครบครัน อย่าลืมแวะไปชิมขนมหวานชื่อดังในบริเวณจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่ชั้น B1 ด้วยล่ะ

http://www.sapporo-esta.jp/

วิลเลจแวนการ์ด สาขาเอสต้า

ถ้าปล่อยให้ความพอใจหยุดอยู่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเสื้อผ้าก็น่าเสียดายแย่! ขอแนะให้ลองไปเยือน “วิลเลจแวนการ์ด สาขาเอสต้า” บนชั้น 8 ของเอสต้า เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมของคนหนุ่มสาวในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน สิ่งน่าสนใจคือ “เครื่องกาชาปอง” นั่นเอง วิธีเล่นคือหยอดเงินแล้วหมุนลูกบิดให้แคปซูลใส่ของเล่นหรือสินค้าตกลงมา ของข้างในมีตั้งแต่สินค้าตัวการ์ตูนไปจนถึงฟิกเกอร์รูปสัตว์หน้าตาดูสมจริง ในภาพยนตร์นั้นตัวเอกคือเต๋อกับมิวก็มาหมุนกาชาปองที่นี่ด้วยนะ

http://www.village-v.co.jp/

เยือนฮัซซามุพร้อมตั้งเป้าไปลิ้มรสชาติที่ผู้คนในท้องถิ่นให้ความสนับสนุนเสมอมา

ฮอกไกโดเป็นสังคมที่เดินทางด้วยรถเป็นหลัก บางครั้งร้านอาหารเลิศรสซึ่งผู้คนในท้องถิ่นชื่นชอบก็อยู่ห่างจากใจกลางจังหวัดเล็กน้อย หลังเที่ยวเล่น จับจ่ายซื้อของจนท้องเริ่มหิว เราลองนั่งรถไฟ JR จากสถานีซัปโปโรไป “สถานีฮัซซามุ” ซึ่งอยู่ห่างกันไม่มากดีกว่า

ห้างสรรพสินค้าอิออน ซัปโปโรฮัซซามุ

จากสถานีซัปโปโรขึ้นรถไฟ JR ขบวนที่วิ่งไปทางโอตารุ ระหว่างรับชมนิคมโรงงานทางตอนเหนือซึ่งเรียกกันว่า “เท็กโคดันจิ” ก็เตรียมลงสถานีฮัซซามุซึ่งเป็นสถานีที่ 4 ถัดจากสถานีซัปโปโร พอเดินออกจากทางออกทิศใต้ของสถานีและเลี้ยวซ้ายตรงถนนโซเอ็นฮัซซามุ ก็จะพบ “ห้างสรรพสินค้าอิออน ซัปโปโรฮัซซามุ” อันเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยักษ์ ห้างนี้พร้อมสรรพไปด้วยร้านค้าหลากหลายประเภทที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน หนังสือ และซีดี ซูเปอร์มาร์เก็ตก็มีเช่นกัน ลองมาสำรวจดูให้ทั่วๆ ดูดีไหม มีตั้งแต่ของฝากแบบแบ่งแจกได้ไปจนถึงเครื่องใช้ทั่วไปเลย

http://www.aeon.jp.e.aai.hp.transer.com/sc/sapporohassamu/

สุดยอดร้านซูชิสายพาน นาโงยากะเท สาขาอิออนฮัซซามุ

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่นและมาเยือนถึงซัปโปโรแล้ว ซูชิเป็นอาหารเลิศรสที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เป้าหมายใหญ่สุดที่ทำให้เรามาเยือนฮัซซามุคือ “สุดยอดร้านซูชิสายพาน นาโงยากะเท สาขาอิออนฮัซซามุ” ร้านซูชิสายพานโด่งดังที่ผู้คนในท้องถิ่นชื่นชอบนั่นเอง ทางร้านรวบรวมอาหารทะเลสดใหม่จากท่าเรือในแต่ละพื้นที่ของฮอกไกโด นำมาทำหน้าซูชิขนาดใหญ่แทบกลบข้าวซูชิมิดให้ลิ้มรสกันในราคาย่อมเยา “ซีรี่ส์โคโบเระ” ซึ่งโปะไข่ปลาแซลมอนและกุ้งหวานมาให้เกือบทะลักจานก็ได้รับความนิยม ได้ยินว่าถูกอกถูกใจนักแสดงและทีมงานของภาพยนตร์ เพราะ “อยู่ไทยกินของแบบนี้ในราคาย่อมเยาขนาดนี้ไม่ได้หรอก!”

http://www.mitsuboshi.net/nagoyakatei/

เที่ยวโอโดริ-สุสุคิโนะกันให้จุใจ

หากถามว่าศูนย์กลางการท่องเที่ยวของซัปโปโรอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะในปัจจุบันหรือในอดีตก็ยังคงเป็นโอโดริไม่เคยเปลี่ยนแปลง ย่านโอโดริเรียงรายไปด้วยห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าซึ่งจำหน่ายเฉพาะสินค้าแฟชั่นทั้งตึก ส่วนย่านทานุกิโคจิเต็มไปด้วยร้านริมถนนที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และย่านสุสุคิโนะก็เป็นศูนย์รวมของร้านอาหารเลิศรสไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี เรามาเดินเที่ยวกันให้ทั่วเลยดีกว่า

สวนโอโดริ

จากรถไฟใต้ดินสถานีมิยาโนะซาวะสู่โอโดริอันเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ที่สุดในซัปโปโร ใจกลางแถบนี้คือสวนโอโดริซึ่งทอดยาว 1.5 กม. และ “แฟนเดย์” ก็เป็นภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องแรกที่มาถ่ายทำ “งานเทศกาลหิมะซัปโปโร” อันเป็นอีเวนท์ที่มีชื่อเสียงที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวซัปโปโร นอกจากฤดูหนาวแล้ว ยังมีงานเทศกาลดอกไลแลคในฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลโยสะโค่ยโซรัน เบียร์การ์เด้นในฤดูร้อน ออทัมน์เฟส การประดับไฟ และตลาดคริสต์มาส กล่าวได้ว่าจัดอีเวนท์ไม่เคยขาดตลอดทั้งปี

https://www.sapporo-park.or.jp/odori/en/

ย่านการค้าทานุกิโคจิ

จากสวนโอโดริ เดินไปทางทิศใต้ก็จะพบ “ย่านการค้าทานุกิโคจิ” ในร่มซึ่งกินบริเวณตั้งแต่นิชิ 1 โจเมะจนถึง 7 โจเมะ เนื่องจากมีร้านจำหน่ายของฝากและสถานบันเทิงมากมาย จึงคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติเสมอ นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะทางตั้งแต่สมัยโบราณและร้านรวงริมถนนอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกหลายแห่ง สร้างความเพลิดเพลินแก่การเดินชม ภาพยนตร์มีการถ่ายทำบริเวณ 5 โจเมะเป็นหลัก และแถบ 5 โจเมะนี้ก็มี “ศาลเจ้าฮนจินทานุกิไดเมียว” ซึ่งมีเทพเจ้าคุ้มครองย่านการค้า กล่าวกันว่าหากได้มาลูบทานุกิจิโซที่ตั้งบูชาอยู่ที่นี่ ก็จะได้รับพรให้สมความปรารถนา

http://www.tanukikoji.or.jp/

ฮาคุริทาบาอิฮัมเบ สาขาซัปโปโรสุสุคิโนะ

จากย่านการค้าทานุกิโคจิ เดินต่อลงไปทางทิศใต้ก็จะพบแหล่งบันเทิงสุสุคิโนะ ที่นี่มีร้านรวงทุกประเภท “ฮาคุริทาบาอิฮัมเบ สาขาซัปโปโรสุสุคิโนะ” ซึ่งใช้เวลาเดิน 1 นาทีจากรถไฟใต้ดินสถานีสุสุคิโนะนั้น เป็นร้านขึ้นชื่อที่เราจะได้รับประทานอาหารที่ชาวญี่ปุ่นนิยมในราคาย่อมเยาจนน่าตกใจ โดยเน้นประเภทอาหารเสียบไม้ พวกขนมบ้านๆ ทั้งหลาย และสุรา ยากิโซบะที่ปรากฏในภาพยนตร์ก็ราคาย่อมเยามากเพียง 280 เยนเท่านั้น นอกจากของกินทั้งหลายยังน่าสนใจตรงการตกแต่งภายในแบบย้อนยุคซึ่งยึดตามภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นเมื่อ 50-60 ปีก่อน ฉากที่เต๋อกับมิวรับประทานอาหารโดยมีโปสเตอร์ภาพยนตร์เก่าๆ เป็นฉากหลังได้กลายเป็นภาพน่าประทับใจไปแล้ว

http://www.hanbey.com/

VEGAGIO สาขาทานุกิโคจิ

เมื่อกลับมาถึงย่านการค้าทานุกิโคจิ ถนนหนทางยังคงอึกทึกจอแจแม้ตกกลางคืนแล้ว ทานุกิโคจิมีสถานบันเทิงซึ่งจัดวางตู้เครนเกมสำหรับคีบสินค้าจากอนิเมชั่นหรือตัวการ์ตูนต่างๆ และตู้ถ่ายรูปปุริคุระรุ่นใหม่ล่าสุดไว้อย่างครบครันอยู่หลายแห่ง จึงเป็นสถานที่เที่ยวเล่นที่คนหนุ่มสาวในท้องถิ่นนิยมเช่นกัน ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวอย่างเดียว ในภาพยนตร์มีฉากที่เต๋อกับมิวเที่ยวเล่นหน้า “VEGAGIO สาขาทานุกิโคจิ” ได้ยินว่าหลังถ่ายทำทั้งนักแสดงและทีมงานต่างก็เพลิดเพลินกับเครนเกมด้วยกันต่อจากนั้น

http://www.vegagio.jp/tanukikouji/index.html

ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์

เดินตามถนนใหญ่หน้าสถานีขึ้นไปทางเหนือ ก็จะพบ “ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์” ซึ่งตั้งตระหง่านตรงสุดฝั่งตะวันออกของสวนโอโดริ นอกจากตึกสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของแถบนี้จะปรากฏให้เห็นหลายครั้งในภาพยนตร์แล้ว ยังมีการใช้ภาพงานเทศกาลหิมะที่มองจากจุดชมวิวซึ่งมีความสูงเหนือระดับพื้นดิน 90.38 ม. ทัศนียภาพอันแผ่กว้างโดยมีสวนโอโดริอยู่กึ่งกลางนั้นช่างงดงามโดยเฉพาะยามค่ำคืน หลังจบการท่องเที่ยวในหนึ่งวันแล้วขอแนะนำให้มาเยือนให้ได้ ช่วงจัดอีเวนท์จะขยายเวลาทำการ เช่น ช่วงงานเทศกาลหิมะซัปโปโรหรือช่วงที่มีการประดับไฟ

http://www.tv-tower.co.jp/thai/

เส้นทางท่องเที่ยวชนิดเก็บทุกเม็ดจะสร้างความสนุกสนานผ่านทิวทัศน์ที่ติดตรึงในใจ การช็อปปิ้ง การเที่ยวเล่น อาหารเลิศรส และยังได้เดินเที่ยวแหล่งบันเทิงที่ออกจะบ้าสุดโต่งด้วย ไม่ว่าใครก็น่าจะได้สัมผัสความมีชีวิตชีวาของซัปโปโรในขณะนี้ไปพร้อมกับการสร้างความทรงจำสุดพิเศษเช่นเดียวกับเหล่าตัวเอกในภาพยนตร์อย่างแน่นอน

รายการสถานที่