มีอะไรทำแถวๆ โอซาก้า?

มีอะไรทำแถวๆ โอซาก้า?

What can I do near Osaka?

โอซาก้าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น (อันดับสองคือโยโกฮามะ เผื่อคุณจะอยากรู้) และในความเห็นของเรา เรายกให้เป็นเมืองที่ยอดที่สุด แม้จะมีขนาดเล็กถ้าเทียบกับเมืองหลวงอย่างโตเกียว (ก็เมืองส่วนมากในโลกนี้ไม่เล็กเท่าไหร่นี่) ซึ่งแม้เมืองจะเล็ก แต่ใจของโอซาก้าไม่เล็กไปด้วย สิ่งที่น่าสนใจของโอซาก้าไม่ใช่แค่เพราะกลิ่นอายวัฒนธรรมแบบคันไซ (ญี่ปุ่นตะวันตก) เท่านั้น แต่บริเวณรอบๆ โอซาก้าก็ยังมีสถานที่น่าสนใจให้ได้ไปสัมผัสกันระหว่างที่มาตั้งหลักในเมืองอีกด้วยลองมาดูสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งรอบๆ โอซาก้ากัน ทั้งหมดสามารถใช้โอซาก้าเป็นศูนย์กลางไปกลับได้ภายในวันเดียว และในราคาไม่แพงอีกด้วย

น้ำตกมิโนะคือผลงานแสนอัศจรรย์จากธรรมชาติ เดินทางโดยรถไฟเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นจากสถานีโอซาก้า เหมาะมากสำหรับเป็นทริปหย่อนใจภายในหนึ่งวัน หากคุณมองหาสถานที่หลบมาพักสายตาจากตึกสูงที่รายล้อมอยู่ในเมือง พื้นที่นี้มีชื่อเสียงจากน้ำตกที่สวยงาม ซึ่งการจะเข้าถึงได้นั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีกสักนิด แต่ไม่ต้องห่วงเพราะไม่ได้มีเนินลาดชันมาก ทางเดินกว้าง แถมวิวก็สวยด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาเที่ยวมิโนะคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มสุกสว่างไปทั่วบริเวณ ราวกับร่ายมนตร์ขับเสน่ห์ที่แท้จริงของมิโนะออกมาให้ได้ชมกัน ใบไม้พวกนี้เอาไปทอดกินได้ด้วย!

คิโนซากิ ออนเซ็น เป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนที่ให้บรรยากาศแสนวิเศษแบบดั้งเดิมจริงๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของคันไซ สิ่งที่ทำให้คิโนซากิออนเซ็นโดดเด่นขึ้นมาก็คือการผสมผสานระหว่างความงามของตัวเมือง และระบบการใช้ตั๋วของที่นี่ แขกที่มาพักค้างคืนจะได้รับตั๋วสำหรับใช้กับออนเซ็นแต่ละแห่งในเมือง เป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวออกจากเรียวคังที่ตนเองพักและตระเวณไปตามถนนหนทาง แวะเวียนร้านค้าแต่ละแห่ง ซึ่งนั่นเองที่ทำให้เมืองมีชีวิตขึ้นมา นอกจากน้ำพุร้อนแล้ว คิโนซากิยังมีทั้งศาลเจ้า วิวภูเขาที่สวยงาม และมีของขึ้นชื่อคือปูนิ่มแสนอร่อยอีกด้วย คิโนซากิ ออนเซ็น ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟแค่ 3 ชั่วโมงจากสถานีโอซาก้า

อะริมะ ออนเซ็น คือหนึ่งในน้ำพุร้อนที่นิยมกันมากที่สุดของเขตคันไซ ด้วยความที่เดินทางสะดวก อะริมะ ออนเซ็น มีตึกรามบ้านช่องเยอะกว่าและดูสมัยใหม่กว่าที่คิโนซากิ ออนเซ็น แต่ก็ยังสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงามได้เพราะอยู่ในอ้อมอกของทิวเขา ที่นี่มีโรงอาบน้ำสาธารณะสองแห่ง และเรียวคัง (โรงเตี๊ยมแบบญี่ปุ่น) อีกมากมายที่ให้นักท่องเที่ยวแวะอาบน้ำได้หากไม่ได้ค้างคืนนอกจากการแช่น้ำพุร้อน นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศที่ร้านอาหารและคาเฟ่ทั้งหลาย แวะสักการะศาลเจ้าท้องถิ่นและเดินเล่นชิลๆ ที่สวนสาธารณะสึซุมิงาทะคิอะริมะ ออนเซ็น สามารถเดินทางมาถึงได้จากโกเบโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีทางรถไฟ หรือไม่เกิน 60 นาทีจากโอซาก้าทางรถบัส และยังสามารถมาจากแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ คือภูเขาร็อคโค วางแผนทริปช่วงกลางวันทั้งชมภูเขาสวยๆ และแช่น้ำร้อนสบายๆ ได้เลย!

ภูเขาร็อคโคมีความสูง 931 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่ยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่ให้มุมมองกว้างขวางของเมืองโกเบและโอซาก้า ด้วยความที่อยู่ใกล้เมืองใหญ่ จึงอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวไม่น้อย ทั้งเคเบิ้ลคาร์ที่พาขึ้นเขาซึ่งมีอะไรให้ชมมากมาย จากที่ร็อคโคการ์เดนเทอร์เรซ มีทั้งร้านอาหารและจุดชมวิว คุณสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันสวยงามได้ในเวลากลางวัน และยิ่งตื่นตาตื่นใจขึ้นในช่วงกลางคืนบนเขายังเป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์ร็อคโค สนามกอล์ฟแห่งแรกของญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี มีอะไรมากมายให้เลือกเที่ยวเลือกทำ! ทั้งหมดนี้สามารถขึ้นมาได้สะดวกทางรถบัสที่วิ่งรอบเขา หลังจากเที่ยวภูเขาร็อคโคแล้ว คุณสามารถนั่งเคเบิ้ลคาร์กลับลงมาข้างล่างได้ทางอีกฟากของภูเขา เพื่อแวะอาบน้ำร้อนที่อะริมะ ออนเซ็นให้สดชื่นคืนพลังกลับมาอีกครั้ง
ร็อคโคมีเคเบิ้ลคาร์เข้าถึงโดยตรงจากสถานีเคเบิ้ลคาร์ที่โกเบ จากนั้นจึงนั่งรถบัสต่อมาอีกนิดเดียวที่สถานีร็อคโค

ภูเขาฮิเอย์ซังตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ใช่แล้ว เรากำลังมีจะเดินทางจากโอซาก้ามาทริปช่วงกลางวันที่เกียวโตทั้งเมือง! แค่เมืองเกียวโตเองก็มีสถานที่น่าสนใจให้เที่ยวชมได้เป็นสัปดาห์แล้ว เราจึงขอยกมาเล่าให้ฟังแค่ที่ภูเขาฮิเอย์ก่อน กรุณาหาอ่านบทความอื่นของเราเกี่ยวกับเมืองเกียวโตและกิจกรรมอย่างอื่น รวมทั้งวัดคิงกะกุ ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ และพระราชวังหลวงฮิเอย์ซังไม่เพียงแต่จะสวยงาม แต่ยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรมด้วย ภูเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดเอ็นเรียคุจิ ซึ่งเคยเป็นวัดที่มีบทบาทและอิทธิพลอย่างมากทางการเมืองญี่ปุ่น ตัววัดเองสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง เพราะนักบวชที่นี่ต้องรับบทนักรบไปพร้อมๆ กัน และไม่มีใครสามารถโค่นล้มได้ ว่ากันว่าเพื่อเลี่ยงไม่ต้องทำการต่อสู้กับกองทัพนักบวชเหล่านี้ โอดะ โนบุนากะถึงกับต้องใช้วิธีเผาภูเขาทั้งลูกให้ราบ....เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ฮาร์ดคอร์ไม่น้อยฮิเอย์ซังสามารถเดินทางมาถึงได้สะดวกโดยนั่งเคเบิ้ลคาร์จากสถานียาเสะ-ฮิเอย์ซัง-งุจิ จากสายเอย์ซันในเกียวโต หรืออีกวิธีคือเดินขึ้นเขามาจากสถานีชูกะคุ-อิน สายเอย์ซันเช่นเดียวกัน เส้นทางเดินเขานั้นไม่ยากอะไร ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรเป็นพิเศษ แต่สำหรับผู้ที่กะจะมาเที่ยวในช่วงกลางวัน บางทีนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้นมา แล้วค่อยเดินลงน่าจะสบายกว่าจริงไหม?

ถัดลงไปทางใต้นิดหน่อยจากเมืองโอซาก้า เราจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณ คือภูเขาโคยะ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่จะสามารถเข้าถึงศาสนาพุทธได้โดยการเข้าพักที่วัด เมื่อเข้าพักที่วัดแล้ว คุณจะได้ลิ้มรสอาหารตามแนวทางพุทธแท้ๆ และที่ยอดที่สุดก็คือการได้ชมการทำวัตรเช้า ที่นำสวดโดยพระที่วัดเอง ซึ่งในฤดูนี้จะสวดกันตั้งแต่เช้ามืด อย่าตื่นสายกันล่ะ!ในฐานะหัวใจของพุทธศาสนาในญี่ปุ่น ภูเขาโคยะคือที่ตั้งของวัดวาอารามและสุสานขนาดใหญ่ พื้นที่สุสานมีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร และยังเป็นที่ฝังศพของคุไค ผู้สถาปนาศาสนาพุทธนิกายนี้ อย่าพลาดแวะมาเยี่ยมชมภูเขาโคยะเดินทางมาได้ง่ายๆ โดยนั่งรถไฟนันไคจากสถานีนันไค นัมบะ ในโอซาก้ามาลงที่สถานีโกคุราคุบาชิ ทริปเที่ยวโคยะซังใช้เวลา 90 นาที ราคารถด่วน1,650 เยน หรือถ้าไม่รีบ จะจ่ายแค่รถธรรมดาราคา 870 ก็ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงนิดๆ จากสถานีโกคุราคุบาชิ จะมีเคเบิ้ลคาร์ขึ้นมาถึงภูเขาเลย จากนั้นนั่งรถบัสต่อเข้าเมือง หรือจะเดินขึ้นเขามาเองจากสถานีโกคุราคุบาชิก็ได้

ฮิเมจิคือที่ตั้งของปราสาทที่ยอมรับกันว่าสวยงามที่สุดของญี่ปุ่น นั่นคือปราสาทฮิเมจิ เป็นปราสาทหลังใหญ่ที่สุด และมีนักท่องเที่ยวมาแวะเวียนมากที่สุดในญี่ปุ่น แค่แรกเห็นก็ไม่ต้องสงสัยเลย ก่อนหน้านี้ปราสาทอยู่ระหว่างการบูรณะมาเป็นเวลาหลายปี และขณะนี้ก็อยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้ว เหมาะที่สุดที่จะมาเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งดอกซากุระจะเบ่งบานพร้อมกัน แต่เตรียมใจรับคลื่นฝูงชนมหาศาลด้วย
นอกจากปราสาทแล้ว ฮิเมจิยังเป็นทื่ตั้งของภูเขาโชฉะ(書寫山しょしゃざん) ซึ่งมักจะใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ ที่นี่มีการตั้งใจรักษาสภาพแวดล้อมไว้ให้เหมือนเดิมแบบในอดีต วัดต่างๆ ที่นี่เคยปรากฏโฉมแล้วในหนังย้อนยุคมากมาย รวมทั้งหนังฮอลลีวู้ดเรื่องดัง "The Last Samurai" อีกด้วยฮิมจิเดินทางมาถึงโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากสถานีโอซาก้า ราคาตั๋วเที่ยวเดียวอยู่ที่ 1,500 เยน
เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว เราหวังว่าคุณจะเห็นด้วยที่ว่าโอซาก้าคือเมืองศูนย์กลางที่ยอดเยี่ยมสำหรับวันหยุดของคุณ นอกจากจะเป็นเมืองที่น่าอยู่แล้ว ยังมีอะไรให้ทำมากมายรอบเมือง ตั้งแต่เดินเขา แช่น้ำพุร้อนธรรมชาติ ไปจนถึงเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ มาสนุกกันที่โอซาก้าได้เลย!

รายการสถานที่