หาเพื่อนใหม่ด้วยภาษาถิ่นญี่ปุ่น – สิ่งที่คุณควรรู้!

หาเพื่อนใหม่ด้วยภาษาถิ่นญี่ปุ่น – สิ่งที่คุณควรรู้!

Make Friends with Japanese Dialects – Things you should know!

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันบอกเพื่อนว่าฉันอยากไปใช้ชีวิตในเขตทสึการุ เมืองอาโอโมริดูสักระยะ ทสึการุเป็นถิ่นกำเนิดของทสึการุ ชามิเซน แล้วฉันก็คิดขึ้นมาได้ว่าฉันสามารถใช้เวลาสัก 2-3 เดือนที่นั่นเพื่อเรียนรู้ชามิเซนและฝึกภาษาญี่ปุ่น แต่เพื่อนกลับตะโกนออกมาอย่างรวดเร็วว่า “อะคัน เดะ!(あかんで!)แล้วไง? การเรียนภาษาญี่ปุ่นบนเกาะฮอนชูสวยๆ (แม้จะหนาวมากก็ตาม) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นมันผิดตรงไหน ว่าแต่ “อะคัน เดะ” นี่แปลว่าอะไร? คำถามเหล่านี้เป็นที่เข้าใจกัน เมื่อเรามองเข้าไปยังโลกอันแสนสับสนของภาษาถิ่นญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นมีอยู่มากทีเดียว

แล้วคุณผู้อ่านล่ะคะ มีกี่คนที่เข้าใจคำว่า "bloody hell" ฉันพนันได้เลยว่าคุณผู้อ่านทุกคนเก่งภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน แต่บางทีคำนี้อาจกำลังหลอกคุณอยู่ เพราะคำๆ นี้เป็นคำสแลงของชาวอังกฤษ / ออสเตรเลีย ซึ่งใช้เป็นคำเน้น (เหมือนคำว่า "มากๆ") และนี่ก็คือตัวอย่างของ "ภาษาถิ่น" ในรูปแบบเดียวกับที่ "ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน" ต่างจาก "ภาษาอังกฤษทั่วไป" เป็นต้น แม้ภูมิภาคในญี่ปุ่นจะไม่แบ่งแยกจากกันเหมือนภูมิภาคต่างๆ ในโลกที่พูดภาษาอังกฤษ และยิ่งสับสนเมื่อภาษาญี่ปุ่นมีความหลากหลายมากกว่าภาษาอังกฤษชนิดไกลลิบ ด้วยภาษาถิ่นที่มีอยู่อย่างมากมาย ความหลากหลายนี้มีมากจนถึงจุดที่ว่า แม้แต่เจ้าของภาษาเองบางครั้งยังต้องใช้ซับไตเติ้ลเมื่อดูหนังในภาษาถิ่นอื่น!ภาษาถิ่นจะถูกกำกับด้วยคำญี่ปุ่นว่า “เบ็น(弁・べん)” ซึ่งมักต่อท้ายภูมิภาคเจ้าของภาษา ยกเว้นในคำสแลงหรือรูปหยาบคายของภาษาถิ่นหนึ่งๆ เพราะฉะนั้นภาษาญี่ปุ่นแบบคันไซก็คือ "คันไซ-เบ็น"ภาษาญี่ปุ่นแบบ "ทั่วไป" ซึ่งเป็นภาษาที่เราเรียนรู้เมื่ออ่านจากตำรานั้น ชาวญี่ปุ่นไม่ได้รู้จักกันในชื่อ "นิฮงโกะ / ภาษาญี่ปุ่น" หรอกนะคะ แต่เขาเรียกกันว่า "เฮียวจุน โกะ" (標準語) รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว จึงนำภาษานี้มาใช้ในโรงเรียน ในข่าวและเหตุการณ์ทางการต่างๆ นอกจากนี้ ภาษานี้ยังเป็นภาษาที่ใช้กันทั่วไปในกรุงโตเกียว ในฐานะชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะพยายามพูดกับคุณด้วยภาษาญี่ปุ่นแบบทั่วไป แม้คุณจะสังเกตเห็นว่าพวกเขาพูดกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นด้วยภาษาถิ่นก็ตาม

ภาษาถิ่นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายหรือได้รับความนิยมมากที่สุดรองลงมาคงจะเป็นภาษาคันไซ-เบ็น ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันในพื้นที่เกียวโต โอซาก้า และโคเบะ ฯลฯ ภาษาถิ่นนี้หาฟังได้ง่ายมาก เพราะแทบทุกคนในพื้นที่คันไซ โดยเฉพาะในโอซาก้าใช้ภาษานี้กันเป็นประจำ นอกจากนี้ ภาษานี้ยังมีความแตกต่างในเรื่องระดับเสียงมากกว่าภาษาญี่ปุ่นมาตรฐาน ทำให้ฟังดูมีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยพลังมากกว่า ด้วยความมีพลังนี้เอง ในที่สุดนักแสดงตลกหลายคนในทีวีจึงนำภาษานี้มาใช้ (หรือเป็นเพราะมีนักแสดงตลกจำนวนมากมาจากคันไซกันนะ? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าใครมีความรู้เกี่ยวกับนักแสดงตลกญี่ปุ่นรู้ ช่วยบอกด้วยนะคะ!)

ฮากาตะเบ็น คือ ภาษาถิ่นในเมืองฟูกุโอกะและชานเมืองรอบๆ ในเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ฮากาตะเบ็นนี้ควรค่าแก่การพูดถึง เพราะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่ดังกลาว ต่างจากภาษาถิ่นอื่นซึ่งเด็กรุ่นใหม่มักจะหลีกเลี่ยงไปใช้ภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานแทน

แม้มันอาจจะไม่ยุติธรรมที่จะรวมภาษาถิ่นทั้งหมดที่จัดอยู่ในภาษาโทโฮคุ-เบ็นเข้าด้วยกัน แต่ฉันก็คงต้องทำ ปัจจุบันโทโฮคุ-เบ็นคือภาษาถิ่นที่ต่างจากภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานมากที่สุด โดยการออกเสียงต่างกันมากเสียจนผู้ที่ไม่ใช่ชาวโทโฮคุไม่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เลยทีเดียว ภาษาถิ่นนี้มีเอกลักษณ์ที่เสียงซึ่งผ่อนคลายกว่า และเสียง S ซึ่งฟังคล้ายเสียง Z มากกว่า ตัวอย่างเช่น คำว่า "Sushi" จะออกเสียงเหมือน Zuzji มากกว่า เสียงผ่อนคลายๆ นี้เองที่ทำให้ภาษาถิ่นนี้มีชื่อเสียงในนามภาษาถิ่นของคนบ้านนอก จึงทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยใช้กัน แต่ถ้าคุณกำลังมองหาความท้าทาย นี่ล่ะคือภาษาถิ่นที่ใช่สำหรับคุณ

ภาษาโอกินาว่ามีความน่าสนใจตรงที่มีการถกเถียงกันว่าเราควรเรียกภาษานี้ว่า "โอกินาว่า-เบ็น" หรือ "โอกินาว่า-โกะ" (ภาษาโอกินาว่า) แม้ชาวญี่ปุ่นจะถูกสอนและเชื่อกันว่าภาษานี้เป็นภาษาถิ่น แต่นักภาษาศาสตร์ประเทศอื่นส่วนใหญ่จะมองว่านี่เป็นภาษาญี่ปุ่นอีกหนึ่งสายที่แยกออกมา เหมือนความสัมพันธ์ที่ภาษาโรแมนติกต่างๆ มี รัฐบาลญี่ปุ่นชอบผลักดันแนวคิดที่ว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แนวคิดที่ว่าภาษานี้เป็นภาษาถิ่นจึงเป็นเรื่องการเมืองมากกว่าวิทยาศาสตร์ ด้วยประวัติศาสตร์แห่งการกดขี่ (บางครั้งอาจถึงขั้นใช้ความรุนแรง) ของภาษาโอกินาว่า ปัจจุบันภาษานี้จึงใช้กันน้อยและถูกมองว่าเป็นภาษาที่ใกล้สูญพันธุ์

ถ้าคุณอยากเรียนรู้ภาษาถิ่นอื่นๆ เพื่อให้เพื่อนรู้สึกประหลาดใจในระหว่างอยู่ในญี่ปุ่น ฉันคิดว่าคันไซ / โอซาก้า-เบ็นนี่ล่ะเหมาะที่สุด เพราะเป็นภาษาที่ได้ยินกันบ่อยที่สุด จึงทำให้คุณไม่รู้สึกผิดแผกแตกต่างเมื่อใช้มัน อีกทั้งยังดูเจ๋งอีกด้วย นอกจากนี้ ชาวโอซาก้ายังเป็นมิตรสุดๆ และภาคภูมิใจในเมืองโอซาก้าเอามากๆ แค่พูดด้วยสำเนียงโอซาก้าและแสดงให้เห็นว่าคุณสนับสนุนทีมฮันชินไทเกอร์เมื่ออยู่ที่อิซากายะ แล้วคุณจะได้เพื่อนใหม่ในพริบตา!การออกเสียงเป็นเรื่องที่อธิบายยากสักหน่อย และทางที่ดีที่สุดคงเป็นการเรียนรู้จากเจ้าของภาษา เกณฑ์ทั่วไปก็คือ ลากเสียงคำต่อกันและม้วนเสียง S ให้ดู "แมนๆ" ขึ้นหน่อย ตัวอย่างเช่น “นันเดะ ยะ เน็น!?(なんでやねん)” จะฟังเหมือน “นันเดย่าเน็น!?” มากกว่า นอกจากนี้ จุดสูงต่ำของการออกเสียงยังมักกลับกันหรือมีชีวิตชีวากว่าในคันไซเบ็น นี่คือรายชื่อเว็บไซต์ที่ฉันได้รวบรวมมา ซึ่งคุณสามารถเข้าไปเรียนรู้ภาษาถิ่นอีกมากมายซึ่งพูดถึงในบทความนี้ ถ้าคุณอยากใช้เวลาในฮากาตะล่ะก็ ทำไมไม่ลองเรียนรู้วลีสัก 2-3 วลีไว้สร้างความประทับใจให้กับคนในท้องถิ่นดูล่ะ
ฮากาตะ-เบ็น: http://hougen.u-biq.org/fukuokaben.html
โอกินาว่า: http://www.omniglot.com/language/phrases/okinawan.php
โทโฮคุ: http://www.japanesethroughanime.com/2012/07/tohoku-japanese-language.html