ปราสาทแห่งยุคสงครามระหว่างแคว้น เดินทางไปกับเราในทริปท่องดินแดนญี่ปุ่นยุคก่อนสมัยใหม่ – หนึ่งปราสาทเมื่อนานมาแล้ว

ปราสาทแห่งยุคสงครามระหว่างแคว้น เดินทางไปกับเราในทริปท่องดินแดนญี่ปุ่นยุคก่อนสมัยใหม่ – หนึ่งปราสาทเมื่อนานมาแล้ว

Castles of the Warring States Come with us on a journey through pre-modern Japan - one castle at a time.

  • ยุคเซงโงะกุ (戦国時代, “ยุคสงครามระหว่างแคว้น”) เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1467 จนกระทั่งรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะขึ้นครองอำนาจในปี 1603 ตลอดยุคสมัยนี้ เราสามารถย้อนรอยไปถึงบุคคลสำคัญหลากหลายท่านในวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเหล่านินจา หรือแม้กระทั่งการปรากฏตัวของโนบุนากะ โอดะ ซามูไรที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ซามูไร ผู้พยายามล้างบางนินจา ฯลฯ เมื่ออ่านต่อไป คุณจะได้ท่องไปในการเดินทาง 'เสมือนจริง' เหนือกาลเวลาและพื้นที่ ด้วยการไปเยี่ยมชมปราสาทต่างๆ อันเป็นที่ตั้งของหลากหลายการสู้รบ และยังคงอยู่ยงจวบจนปัจจุบัน

  • 1. ปราสาทมัตสึโมโตะ (松本城, “มุตสึโมโตะโจ”)
    ปราสาทมัตสึโมโตะ ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนากาโนะ เป็นหนึ่งในปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1504 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นแห่งยุคอิโช (ค.ศ. 1504 - 1521) นอกจากประวัติศาสตร์และความเก่าแก่ ปราสาทแห่งนี้ยังมีความโดดเด่นด้วยความต่างที่ลงตัวของปราสาทกับธรรมชาติที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา ตัวปราสาทมีสีดำน่าเกรงขามผสมผสานไปกับสีขาวเจิดจ้า ทำให้ปราสาทยิ่งโดดเด่นท่ามกลางทิวทัศน์อันเขียวขจี ความโดดเด่นนี้จะยิ่งได้รับการขับเน้นเมื่อเข้าเดือนเมษาถึงช่วงกลางเดือน ซึ่งเป็นฤดูชมดอกไม้ (花見, “ฮานามิ”) ในช่วงเวลานี้ของทุกปี ต้นซากุระ (เชอร์รี่ บลอสซั่ม) ที่รายล้อมปราสาทจะพากันเบ่งบานเป็นสีชมพูปนขาว สร้างบรรยากาศแสนอ่อนโยนและเงียบสงบให้กับปราสาทอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่แห่งนี้ นอกจากนี้ ส่วนของปราสาทที่เรียกว่า "หอคอยชมจันทร์" (月見櫓, “ทสึคิมิ ยากุระ”) ยังเป็นที่เลื่องลือในนามสถานที่ชุมนุมของดนตรีญี่ปุ่นจากยุคใกล้โบราณที่เรียกว่า "งากากุ" และดนตรีบรรเลงในราชสำนักญี่ปุ่น ซึ่งใช้เครื่องดนตรีอย่างเครื่องสายที่เรียกว่าโคะโตะและขลุ่ยชาคุฮาจิ ในระหว่างเดินทางเข้าออกจากปราสาท คุณยังได้พบกับเส้นทางสีขาวดำของแหล่งช็อปปิ้งปราสาทมัตสึโมโตะซึ่งมีชื่อว่า โจคามาชิ (城下町) กำแพงของแหล่งช็อปปิ้งมีลวดลายเป็นรูปเพชรอันเป็นเอกลักษณ์ และสร้างขึ้นจากปลิงทะเล เนื่องด้วยสามารถปกป้องบ้านร้านไม่ให้ได้รับความเสียหายจากน้ำและไฟ นอกจากนี้ แหล่งช็อปปิ้งแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในด้านการจำหน่ายเครื่องมือ งานศิลปะ และหัตถกรรม รวมถึงของหวานนานา ที่นี่จึงมีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของทุกท่านได้อย่างแน่นอน

  • 2. ปราสาทนาโกย่า (名古屋城, “นาโกย่าโจ”)
    ว่ากันว่าท่านโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ ขโมยปราสาทนาโกย่าแห่งนี้มาจากสรวงสวรรค์ หนึ่งในลักษณะอันโดดเด่นของปราสาทนาโกย่า คือ รูปปั้นชาจิโฮโคะทองคำหนัก 215 กิโลกรัม (474 ปอนด์) บนหลังคาปราสาท ชาจิโฮโคะ คือ สัตว์ในตำนานของชาวญี่ปุ่น มีลำตัวเหมือนปลาคาร์พและหัวเหมือนเสือ ซึ่งเป็นรูปปั้นที่มักพบเห็นได้ตามสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นดังเช่นปราสาทแห่งนี้ ชาจิโฮโคะของที่นี่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า คินชาจิ ซึ่งหมายถึง ชาจิทองคำ มูลค่าโดยประมาณของรูปปั้นทองคำนี้อยู่ที่ประมาณ 50,000,000,000 เยน (ประมาณ 500,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลาเขียนบทความ)

  • 3. ปราสาทอินุยามะ (犬山城, “อินุยามะโจ”)
    ปราสาทอินุยามะคือปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดไอชิ ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1440 จากนั้นจึงมีการตกทอดโดยเหล่าขุนศึกและลูกหลานมาอีกนานนับศตวรรษ แม้จะผ่านศึกสงครามและแผ่นดินไหวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปราสาทแห่งนี้ยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีให้คงอยู่ในสภาพเดิมตลอดหลายชั่วสมัย ผู้ที่มาเยี่ยมชมมักเดินทางกลับไปด้วยความรู้สึกตื้นตันกับความยิ่งใหญ่หลังจากได้อิ่มเอิบไปกับประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิตชีวา
    ปราสาทอินุยามะเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของตระกูลนารุเสะ จนกระทั่งทางตระกูลจำต้องถ่ายโอนให้เป็นทรัพทย์สินของชาติในปี 2004 เนื่องด้วยภาระด้านค่าบำรุงรักษา ต่างจากปราสาทอื่นๆ ซึ่งผู้ก่อตั้งหรือชุมชนเป็นเจ้าของ
    ลักษณะพิเศษของปราสาทแห่งนี้คือโครงสร้างภายในทำด้วยไม้ อีกทั้งยังมีบันไดที่แคบมาก ทำให้ยากต่อการเดินข้าม
    แหล่งค้าขายของปราสาทอินุยามะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม ไม่ต่างไปจากแหล่งช็อปปิ้งหน้าปราสาทมัตสึโมโตะ ถนนอันแสนเรียบง่ายของแหล่งค้าขายแห่งนี้ให้ความรู้สึกของสิ่งเหนือกาลเวลาซึ่งยังคงฝังรากลึกในโลกยุคใหม่ พร้อมพรั่งไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมายที่ช่วยรักษาความเป็นตลาดเก่าแก่ให้คงอยู่กับสถานที่แห่งนี้
    นอกจากนี้ นากามาสึ โอดะ พี่น้องร่วมบิดามารดาของไดเมียวโนบุนากะ โอดะผู้เลื่องลือ ยังได้สร้างห้องชงชาไว้ในปราสาท หลังจากได้ฝึกศิลปะการชงชา (茶道, "ซาโดะ") จากปรมาจารย์ด้านการชงชาผู้มีชื่อเสียง ท่านนากามาสึจึงได้รับชื่อ อูระคุไซ เพื่อเป็นเกียรติหลังจากได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนการชงชาของตัวเอง และเพื่อรำลึกถึงประวัติความเป็นมาของปราสาท ที่นี่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีเดือนละครั้ง โดยในวันนั้นจะมีการแสดงพิธีชงชา ซึ่งได้รับการฝึก ณ สถานที่แห่งนี้มานานกว่าร้อยปี

  • 4. ปราสาทมารูโอกะ (丸岡城, “มารูโอกะ โจ”)
    แม้ปราสาทของญี่ปุ่นจะมีชื่อเสียงในส่วนของคูน้ำและกำแพงหิน แต่ปราสาทมารูโอกะในจังหวัดฟูคุอิแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องต้นซากุระด้วยเช่นกัน
    เรียกได้ว่าเป็นฉากอันน่าตื่นตะลึง เมื่อปราสาทในยามพระอาทิตย์ตกห้อมล้อมไปด้วยต้นซากุระและเงาสะท้อนของต้นไม้ที่ห้อยลงมา ซึ่งเป็นภาพที่ปรากฏในทุกๆ ปี ตั้งแต่วันที่ 1-20 เมษายน
    ฤดูชมดอกซากุระบานสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมได้จนถึงวันสุดท้ายที่ดอกไม้ร่วงโรย เริงระบำไปกับสายลม กระจัดกระจายไปทั่วทั้งพื้นหินของฐานปราสาท ที่นี่มีต้นซากุระปลูกรายล้อมอยู่มากกว่า 400 ต้น ตั้งตระหง่านเหมือนดั่งพ่อบ้านที่ออกมาต้อนรับผู้คนที่ปรารถนาจะเข้ามาเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานแห่งนี้
    ปราสาทแห่งนี้ได้รับการประดับประดาอย่างปราณีต แม้กระทั่งช่วงรอยต่อระหว่างกำแพงกับเพดานยังงดงามจนแทบหยุดหายใจ
    นอกจากความงดงาม ผู้สร้างปราสาทแห่งนี้ยังคำนึงถึงยามศึกสงครามด้วยเช่นกัน กำแพงหินของปราสาทจึงสร้างขึ้นเพื่อขับไล่ผู้ที่อาจเข้ามาบุกรุกโดยเฉพาะ โครงสร้างแรกเราเห็นได้จากกำแพงหินคือ อิชิ โอโตชิ (石落とし, "การทิ้งหิน") ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ปกป้องปราสาทใช้กลิ้งหินขนาดใหญ่ลงมาเพื่อยับยั้งผู้บุกรุก
    แม้โครงสร้างอันมหึมาของปราสาทจะยังคงเดิมแม้เวลาจะผ่านไป แต่ความหมายของสิ่งเหล่านี้กลับได้รับแต่งเติม ในยุคสงครามระหว่างแคว้น ได้มีการสร้างปราสาทขึ้นอย่างกว้างขวางเพื่อปกป้องของมีค่าภายใน อย่างไรก็ตาม เมื่อสมัยเอโดะเริ่มต้นขึ้น ขนาดกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และสถานะ
    เอกลักษณ์ของปราสาทมารูโอกะ คือ การผสมผสานระหว่างความงดงามอันปราณีตกับโครงสร้างอันมั่นคงและน่าเกรงขาม

รายการสถานที่