ประโยคคำพูดอันมีมนต์ขลังที่ออกเสียงว่า โอะทสึคาเระซามะ"

ประโยคคำพูดอันมีมนต์ขลังที่ออกเสียงว่า โอะทสึคาเระซามะ"

The Magical Phrase of “Otsukaresama”

  • "โอะทสึคาเระซามะ" เป็นคำพูดที่คนญี่ปุ่นใช้กันทุกวันแบบนับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็มีความไร้สาระจนไม่น่าเชื่อเลยหากนำมาแปลออกมาแบบตรงตัว เราจะได้ยินประโยคนี้ในทุกที่เช่น ที่ทำงาน เวลาคุยโทรศัพท์ การสนทนาระหว่างเพื่อนและครอบครัว ใช้เป็นการทักทาย ใช้พูดหลังจากการทำอะไรจนเสร็จสิ้นแล้ว (ทั้งทำคนเดียวและทำร่วมกัน) และแม้แต่ในการบอกลากัน ช่างมีมนต์ขลังอะไรเช่นนี้ แต่ความหมายของคำพูดนี้คืออะไรกันแน่
    จากคำว่า "โอะทสึคาเระซามะ" (お疲れ様) หรือคำกริยา "สึคะเระรุ" (疲れる) ในรูปแบบพื้นฐานมีความหมายว่า "รู้สึกเหนื่อยล้า" ดังนั้น"โอะทสึคาเระซามะเดส" (ปัจจุบันกาล; お疲れ様です) หรือ"โอะทซึคะเระสะมะเดะชิตะ" (อดีตกาล; お疲れ様でした) จึงมีความหมายว่า "คุณเหนื่อยแล้ว" แต่เดี๋ยวนะ ประโยคที่ว่า "คุณเหนื่อยแล้ว" จะถูกนำมาใช้เป็นคำทักทายหรือในสถานการณ์ต่างๆ ตามที่กล่าวมาได้อย่างไรกัน

  • ก่อนอื่นเราก็ต้องทำความเข้าใจกับแนวความคิดในขั้นพื้นฐานของวัฒนธรรมญี่ปุ่นเสียก่อน นั่นก็คือ ต้องแสดงความขอบคุณอยู่ตลอดเวลา อย่างที่เคยได้กว่างเอาไว้ก่อนแล้วว่าความคิดตามแนวศาสนาพุทธได้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมญี่ปุ่นในรูปแบบที่เรารู้จักกัน โดยเห็นได้จากการพูดว่า "อิตะดะคิมัส" และ "โกจิโซซามะ" ก่อนและหลังการทานอาหาร และความหมายดั้งเดิมของคำพูด "อาริกาโตะ" (ยกตัวอย่าง "เราต้องรู้สึกขอบคุณเพราะการมาเป็นเรื่องที่ยากเย็น") ในขณะเดียวกันการที่เรารู้สึกได้ว่าคนอื่นมีความเหน็ดเหนื่อยก็อาจมีความหมายได้ว่า "คุณต้องเหนื่อยเพราะได้ทำงานมาอย่างหนักหน่วงจึงขอได้รับความขอบคุณจากฉัน"ในบริบทนั้นแล้วการพูดว่า "โอตสุกาเรซามะ" ก็จะมีความหมายที่เหมาะสมกว่ามากในการนำใช้เป็นคำสวัสดี คำบอกลาและคำขอบคุณ โดยเฉพาะการใช้งานในที่ทำงานซึ่งนั่นก็เป็นที่คุณจะได้พบกับการใช้คำพูด "โอตสุกาเรซามะ" บ่อยที่สุด

  • ในการทักทายกัน
    เพื่อนร่วมงานจะพูดว่า "โอซึคาเระสามาเดชิตะ" ต่อซึ่งกันและกันเวลาที่มาถึงที่ทำงาน ตอนที่พบกันตามทางเดินในที่ทำงาน ในตอนที่รับโทรศัพท์หรือก่อนจะวางหู การทักทายที่ดูเหมือนจะธรรมดานี้ก็กลายเป็นอะไรที่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่ามากเพราะเป็นการที่คุณได้แสดงความรับรู้ถึงการทำงานหนักของซึ่งกันและกัน

    ในที่ทำงาน
    ในที่ทำงานของคนญี่ปุ่นแล้ว "โอซึคาเระสามาเดชิตะ" สามารถถูกนำมาใช้ด้วยสาเหตุอะไรก็ได้ตลอดวันทำงาน ยกตัวอย่างเช่นการเริ่มหรือปิดภารกิจหน้าที่ที่ทำคนเดียวหรือร่วมกัน ตัวอย่างก็คือเวลาที่คุณและเพื่อนร่วมงานกำลังพูดถึงการจัดการกับปัญหาที่ยากลำบากเป็นต้น การพูดว่า "โอซึคาเระสามาเดชิตะ" จะมีความหมายว่ามีการรับรู้และเห็นคุณค่าในทั้งเวลาและความพยายามของเขา (โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานกันเป็นทีม)

    ตอนเวลาเลิกงาน
    โดยคล้ายกัน "โอตสุกาเรซามะ" จะถูกนำมาใช้กันระหว่างเพื่อนร่วมงานในเวลาเลิกงานเพื่อเป็นการแสดงให้กำลังใจต่อกันและกัน แต่ตรงนี้คุณก็ต้องใช้ความระมัดระวังอยู่บ้าง โดยการออกจากที่ทำงานตรงเวลาหรือก่อนเพื่อนร่วมงานนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ "ผิด" แต่อย่างใด แต่คนทำงานชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะอยู่นานกว่าที่ถูกกำหนดเพื่อเป็นการแสดงความกระตือรือร้นในหน้าที่การงานของตน ในที่ทำงานที่ยังเป็นแนวหัวโบราณหน่อยแล้วการที่พนักงานจะออกจากที่ทำงานก่อนเจ้านายหรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าก็อาจถูกเห็นว่าเป็นสิ่งที่เสียมารยาทได้

    ดังนั้นการพูดว่า "โอซึคาเระสามาเดชิตะ" โดยมีเจตนาที่ดี (ในปัจจุบันกาล) ก็อาจไม่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะจากคนที่จะอยู่ต่อในที่ทำงาน หรือบางคนก็อาจเห็นว่าเป็นการล้อเลียนได้อีกด้วย แต่การออกจากที่ทำงานในเวลาที่เหมาะสมนั้นก็เป็นสิ่งที่เห็นเป็นปกติมากขึ้นในที่ทำงานญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน ในกรณีนั้นแล้วการพูดว่า "โอซาคินิชึสึเระเซะมัส" (ขอโทษที่ฉันต้องขอตัวก่อน; お先に失礼します) จะถูกนำมาใช้แทนและคุณก็จะได้รับคำตอบรับว่าโอะทซึคะเระสะมะเดะชิตะ" (ในอดีตกาล)

  • "โอะทซึคะเระสะมะเดะชิตะ" ยังถูกนำมาใช้เป็นการ "ชนแก้ว" แบบญี่ปุ่นในหมู่เพื่อร่วมงานที่ไปร่วมดื่มกันหลังเลิกงานอีกด้วยคำพูด "โอตสุกาเรซามะ" ในรูปแบบอื่นก็จะมี "โกคุโระซัน" (ご苦労さん) หรือ "โกคุโระซามะ" (ご苦労様) ซึ่งมีความหายเดียวกันกับ "โอตสุกาเรซามะ" ในขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มท้ายว่า "ดะสึ" หรือ "เดชิตะ" ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบริบท แต่ขอหมายเหตุว่า "โกคุโระซามะ" จะถูกใช้โดยเจ้านายที่จะพูดกับลูกน้องซึ่งลูกน้องก็จะตอบว่า "โอตสุกาเรซามะ ดะซึ/เดชิตะ"

    ขอบคุณนะที่อ่านจนจบ โอตสุกาเรซามะเดชิตะ