เรื่องเกี่ยวกับสมาร์ทการ์ดและวิธีใช้สมาร์ทการ์ดในญี่ปุ่นที่คุณควรจะรู้!

เรื่องเกี่ยวกับสมาร์ทการ์ดและวิธีใช้สมาร์ทการ์ดในญี่ปุ่นที่คุณควรจะรู้!

All You Need to Know About Smart Cards and How to Use Them in Japan!

  • ความสะดวกและปลอดภัยของสมาร์ทการ์ดทำให้หลายคนในญี่ปุ่นมีความสุขอย่างไม่อาจจะปฏิเสธได้
    ในประเทศที่เงินสดมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน สมาร์ทการ์ดได้กำลังทำให้คนญี่ปุ่นหันมาใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น

  • สมาร์ทการ์ดคืออะไร?

    สมาร์ทการ์ดที่ใช้สำหรับการขนส่งสาธารณะเป็นที่รู้จักกันในนามของ "Suica" ซึ่งย่อมาจากคำว่า "Super Urban Intelligent Card"
    เนื่องจากญี่ปุ่นชอบที่จะตั้งชื่อโดยการเลียนแบบเสียงทางธรรมชาติ Suica เองก็ได้ลอกเลียนมาจาก "suisui" ซึ่งเป็นเสียงที่หมายถึง "ความเรียบง่าย"
    บางครั้งสมาร์ทการ์ดก็จะหมายถึง IC การ์ด ซึ่งย่อมาจากคำว่า "Integrated Circuit" ที่พบเห็นได้บนบัตร
    บัตรประเภทนี้จะมีพื้นฐานมาจากเทคโนโลยีของระบบแบบไม่มีการสัมผัสซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดย Sony ที่รู้จักกันในนามของ "FeliCa"
    ทั้งนี้ FeliCa มาจากคำว่า "Felicity Card"

  • การนำมาใช้ทั่วไป

    ในสถานีรถไฟชินจูกุ สมาร์ทการ์ดสำหรับการขนส่งสาธารณะเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการให้ความสะดวกสบายต่อผู้โดยสารที่บริเวณประตูตรวจตั๋วโดยใช้เวลาเพียงแต่ 0.2 วินาทีและไม่ต้องเผชิญกับปัญหาในการเข้าแถวเพื่อซื้อตั๋วทุกครั้งที่ต้องการใช้บริการ
    ในขณะที่ได้มีการใช้สมาร์ทการ์ดกันอย่างแพร่หลายในด้านการขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะทำการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด ปัจจุบันได้มีการขยายการใช้เทคโนโลยีนี้ออกไปยังร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า อีกด้วย

  • สมาร์ทการ์ดได้เปลี่ยนการขนส่งสาธารณะในญี่ปุ่นอย่างไร?

    Suica หรือสมาร์ทการ์ดได้เริ่มมีการนำมาใช้ในญี่ปุ่นโดย JR EAST ในเดือนพฤศจิกายนปี 2001
    ในปี 2004 ได้มีการนำบริการ Suica e-money ออกมาใช้เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเติมเงินลงในบัตรผ่านตู้จำหน่ายบัตรอัตโนมัติ ร้านสะดวกซื้อ และตามร้านค้าอื่นๆ ได้
    เดือนมีนาคมปี 2007 ในเขตโตเกียวได้มีการออก PASMO มาใช้แทน Passnet ซึ่งใช้ระบบบัตรแถบแม่เหล็ก
    และด้วยความช่วยเหลือของ JR EAST จึงได้มีการรวมบริหารของ PASMO เข้ากับ Suica ซึ่งหมายความว่า Suica จะสามารถใช้ได้ในทุกที่ที่ใช้ PASMO ได้ (เช่น รถไฟและรถบัสทั้งหมดในโตเกียว) ยกเว้นตั๋วรถไฟรายเดือน
    บัตรทั้งสองประเภทนี้ยังคงมีความแตกต่างกันทางด้านฟังก์ชั่นสำหรับผู้โดยสารขาประจำอยู่

    ในเดือนมีนาคมปี 2013 การร่วมมือของ Suica ได้ขยายออกไปยังสมาร์ทการ์ดประเภทอื่น เช่น ICOCA, Kitaca, PASMO, TOICA, manaca, PiTaPa, SUGOCA และ nimoca
    บัตรประมาณ 87 ล้านใบได้ออกมาสู่ตลาด และนั่นถือเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดในญี่ปุ่นซึ่งมีประมาณ 120 ล้านคน
    การที่ Suica ทำงานร่วมกับสมาร์ทการ์ดอื่นๆ หมายความว่า ปัจจุบันผู้โดยสารสามารถเดินทางไปยังสถานีรถไฟกว่า 4,500 สถานีในญี่ปุ่นและใช้บริการรถบัสได้โดยไม่ต้องแยกซื้อตั๋วหรือบัตรนั่นเอง

  • สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ทั่วญี่ปุ่นหรือไม่?

    ในเดือนเมษายนปี 2015 ได้มีรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่ามี 10 จังหวัดในญี่ปุ่นที่ยังไม่มีการนำเอาเทคโนโลยีสมาร์ทการ์ดมาใช้
    อย่างไรก็ตาม ทางญี่ปุ่นเองได้มีแผนที่จะนำระบบสมาร์ทการ์ดเหล่านั้นมาใช้กับทุกจังหวัดก่อนงานกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวในปี 2020 จะเริ่มขึ้น
    ปัจจุบัน Suica เองได้ออกแอปพลิเคชั่นสำหรับมือถือ ซึ่งผู้โดยสารสามารถใช้สมาร์ทโฟนของตนแทนบัตรสมาร์ทการ์ด โดยสมาร์ทโฟนที่ใช้ได้จะต้องเป็นรุ่นที่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องอ่านได้

  • สำหรับนักท่องเที่ยวที่คิดว่าจะอาศัยหรือเที่ยวรอบญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานาน การลงทุนซื้อสมาร์ทการ์ดก็เป็นความคิดที่ดีอย่างหนึ่ง
    นี่คือลิงค์ของบัตร 3 ประเภทหลักๆ ที่มีขายตามสถานีรถไฟ:

    Suica (JR EAST): https://goo.gl/KvSf1
    ICOCA (JR-WEST): https://goo.gl/nLceIH
    Kitaca (JR Hokkaido): https://goo.gl/l2f3X5